หุ้นหลายเด้ง โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร

นักลงทุนที่จะประสบความสำเร็จสูงในระยะยาว หนีไม่พ้นที่ต้องมีหุ้นที่ทำกำไรสูงมากเป็นหลายๆ เท่าตัวจากต้นทุนที่เขาซื้อมา

ในวงการนักลงทุนเรียกว่า “หุ้นหลายเด้ง”  นอกจากกำไรเป็นหลายเท่าตัวแล้ว หุ้นหลายเด้งที่ว่านั้น ต้องมีจำนวนเป็นเม็ดเงินอย่างมีนัยสำคัญ ไม่ใช่มีเพียง 200-300 หุ้น ซึ่งไม่มีความหมายต่อขนาดของพอร์ตโฟลิโอ ตรงกันข้าม หุ้นหลายเด้ง ต้องมีขนาดพอสมควรที่ทำให้ผลตอบแทนรวมของพอร์ตสูงกว่าปกติต่อเนื่องกันหลายปี พูดง่ายๆ ถ้าตัดหุ้นตัวนี้ออก ผลตอบแทนรวมของพอร์ตอาจจะดูธรรมดามาก หรือหุ้นหลายเด้ง เป็นหุ้นที่สร้างความแตกต่างระหว่าง “เซียน” กับนักลงทุนธรรมดา ดังนั้น เราจึงควรมาดูกันว่าเราจะหาหุ้นหลายเด้งได้อย่างไร

ข้อแรก ที่ผมคิดว่าสำคัญ ก็คือ หุ้นที่จะเติบโตขึ้นมาหลายๆ เท่าตัวได้ในระยะเวลาไม่นาน เช่น ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 3-5 เท่าตัวในเวลาไม่เกิน 5 ปี โดยที่หุ้นตัวนั้นไม่ได้ถูก “ทำราคา” หรือ “ปั่น” มักจะอยู่ใน หุ้น 3 กลุ่มใหญ่ๆ  คือ กลุ่มที่หนึ่ง เป็นหุ้นที่ อยู่ในอุตสาหกรรมที่มีวัฏจักรขึ้นลงรุนแรง เช่น ธุรกิจเดินเรือ ปิโตรเคมี แร่ธาตุที่หายาก หรือสินค้าเกษตรที่ต้องใช้เวลาในการปลูกยาวนานเช่นยางพารา เป็นต้น

การที่จะทำกำไรได้หลายเด้งในหุ้นกลุ่มนี้ วิธีที่ได้ผลมากที่สุด คือ ซื้อหุ้นในยามที่หุ้นอยู่ในช่วงที่อุตสาหกรรมตกต่ำสุด และไม่มีคนสนใจและพูดถึงเลย และเรารู้ หรือมั่นใจว่าอุตสาหกรรมกำลังฟื้นตัวและการฟื้นตัวนั้น จะฟื้นแรงด้วยเหตุผลที่ชัดเจนถูกต้อง และเมื่อสิ่งที่เราคาดไว้ถูกต้อง หุ้นปรับตัวขึ้นแล้วในรอบแรก เราต้องถือหุ้นต่อไปจนกว่าวัฏจักรจะเป็นขาขึ้นเต็มตัว ซึ่งราคาหุ้นก็จะปรับตัวตามไปเรื่อยๆ เราจะขายต่อเมื่อทุกอย่าง “ดูดีหมด” โบรกเกอร์เกือบทุกสำนักจะเชียร์หุ้นตัวนั้น นักลงทุนแทบจะทุกกลุ่มต่าง ก็ดูว่าเป็น หุ้น “สุดยอด” เพราะ “กำไรดีมาก” ผู้บริหาร “คาดการณ์แม่นมีวิสัยทัศน์” บริษัท “ขยายตัวต่อเนื่อง” และที่สุดยอด ก็คือ “เงินสดเพียบและไม่มีหนี้เลย” เมื่อเกิดภาวการณ์แบบนี้ อย่ารอที่จะขายหุ้นทิ้ง อย่ารอให้เห็นว่าเป็นวัฏจักรขาลงแล้ว เพราะนั่นจะไม่ทันกาล

กลุ่มที่สอง ที่มีโอกาสเป็นหุ้นหลายเด้ง คือ “หุ้นฟื้นตัว” นี่คือหุ้นที่ประสบปัญหาการดำเนินงานจนแทบจะเอาตัวไม่รอด หลายๆ บริษัทต้องเข้าแผนฟื้นฟู บางบริษัทหุ้นถูกพักการซื้อขาย ราคาหุ้นจะตกต่ำมาก ดูจาก Market Cap. หรือมูลค่าตลาดของหุ้นทั้งบริษัท จะต่ำมากเทียบกับยอดขาย แม้บริษัทจะขาดทุนหนัก และติดต่อกันมานาน แต่กิจการยังดำเนินต่อไป และแข่งขันกับคู่แข่งได้ ยี่ห้อสินค้าของบริษัท ยังเป็นที่ยอมรับของลูกค้า ที่สำคัญ คือ ทรัพย์สินบริษัท เช่น โรงงานและอุปกรณ์ต่างๆ ยังมีค่าและมีคนต้องการ

ที่สำคัญประเด็นสุดท้าย คือ หนี้ของบริษัทไม่มากเกินไปเมื่อเทียบกับทรัพย์สินที่มีอยู่ตามราคาตลาด  การซื้อหุ้นแบบนี้  บางครั้งก็ทำได้ยากเพราะปริมาณการซื้อขายหุ้นมีน้อยมากเนื่องจากบริษัทมีขนาดเล็กมากในแง่ของมูลค่าหุ้น  อย่างไรก็ตาม  ถ้าบริษัทเริ่มฟื้นจริงๆ  ราคาหุ้นก็มักจะปรับตัวขึ้นไปสูงและเร็วมาก  บางครั้งปรับตัวเกินพื้นฐานไปด้วยเนื่องจากแรงเก็งกำไรของนักลงทุน  ดังนั้น  เราอาจจะขายทิ้งไปเมื่อหุ้นกำลัง “ร้อนจัด” ดีกว่าที่จะรอซึ่งก็ไม่รู้ว่าเมื่อฟื้นแล้วบริษัทจะกำไรดีหรือเปล่า

หุ้น กลุ่มสุดท้าย ที่จะเป็นหุ้นหลายเด้งได้ คือ “หุ้นโตเร็ว” นี่คือ หุ้นที่เติบโตต่อไปได้ยาวนานไม่ต่ำกว่า 5 ปี โดยโตได้เป็นสองหลักทั้งรายได้และกำไร โดยกำไรจะโตมากกว่ารายได้ เช่น รายได้อาจโต 15% ต่อปี  ขณะที่กำไรจะโตถึง 20% ต่อปีโดยเฉลี่ย ประเด็นสำคัญในการมองหาหุ้นในกลุ่มนี้ คือ การวิเคราะห์คาดการณ์การเติบโต และคุณสมบัติของตัวกิจการ คือ บริษัทต้องโตอย่างแท้จริง เมื่อรายได้และกำไรโตขึ้นแล้ว ต้องไม่ลดลง หรือ “โตอย่างถาวร” ความเสี่ยงที่รายได้และกำไรจะลดลงในอนาคตมีน้อยมาก

ประการต่อมา การโตของบริษัท ไม่ควรต้องลงทุนในสินทรัพย์มาก ถ้าโตได้โดยที่ “แทบไม่ต้องลงทุนเลย” ก็ยิ่งดี แต่ถ้าโตโดยที่ต้องลงทุนมากก็จะเป็นการเติบโตที่ “ไม่มีประโยชน์” เพราะกิจการอาจไม่สามารถจ่ายปันผลได้เพิ่มเติมเนื่องจากเวลามีกำไร จะต้องเอาเงินนั้นไปลงทุนต่อ เงินนั้นไม่มาถึงผู้ถือหุ้นเท่าไรนัก วิธีที่จะดูว่าเป็นการโตที่มีประโยชน์หรือไม่ ก็คือ ดูว่าค่า ROE หรือกำไรต่อส่วนของผู้ถือหุ้นของบริษัทสูงแค่ไหน ถ้าต่ำกว่า 10% ผมก็คิดว่าเป็นการโตที่ไม่มีประโยชน์ ถ้าสูงกว่า 20% ผมคิดว่าเป็นการโตที่ดีมาก  ข้อมูลอีกตัวหนึ่ง ก็คือ บริษัทที่จะโต ไม่ควรมีหนี้เงินกู้มาก ถ้าจะให้ดีไม่ควรเกิน 1 เท่าของเงินทุนของบริษัท ถ้าโตโดยไม่มีหนี้เลยก็ยิ่งดีใหญ่

การซื้อหุ้นบริษัทที่โตเร็ว ควรซื้อยามที่ราคาหุ้นไม่แพง เมื่อซื้อแล้วและราคาหุ้นเริ่มปรับตัวขึ้นไป อย่ารีบขาย ถือไปเรื่อยไม่ต่ำกว่า 2-3 ปีขึ้นไป ที่จริง 5 ปีขึ้นไปยิ่งดี แต่จุดขายจริงๆ จะเป็นช่วงเวลาที่เติบโตเริ่มชะลอตัวอย่างมีนัยสำคัญ หรือบริษัทเริ่มเผชิญกับคู่แข่งที่น่ากลัว การขายหุ้นโตเร็ว ความจำเป็นที่จะต้องขายอย่างรีบเร่งน่าจะน้อยกว่าหุ้นวัฏจักร หรือหุ้นฟื้นตัวมาก เพราะหุ้นโตเร็ว ราคาหุ้นเมื่อการเติบโตเริ่มช้าลง จะค่อยๆ ปรับตัวลงตามช้าๆ มากกว่าจะดิ่งลงเหมือนหุ้นกลุ่มอื่น

การเล่นหุ้นหลายเด้ง แม้จะทำให้เรามีโอกาสได้ผลตอบแทนสูง แต่ความเสี่ยงก็มีอยู่ไม่น้อย ประเด็นก็คือ เราอาจคาดการณ์ผิด เราไม่รู้หรือไม่เข้าใจจริง ที่สำคัญ เราไปฟังการวิเคราะห์ของคนอื่น และเชื่อว่าสิ่งที่เขาพูดถูกต้อง โดยสิ่งที่ทำให้เชื่อ นอกจากเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมและตัวบริษัท ก็คือ ราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นไปแรงพร้อมๆ กับปริมาณการซื้อขายหุ้นที่มากเกินปกติ ลักษณะนี้ แม้สิ่งที่คาดการณ์ไว้เกี่ยวกับกิจการจะเป็นเรื่องจริง แต่ก็จะไม่ได้หุ้นหลายเด้ง ถ้าโชคดี อาจจะได้กำไรบ้าง บางทีอาจจะได้หนึ่งเด้ง แต่ถ้าโชคร้าย  อาจขาดทุนหนักเหมือนกัน คนที่จะได้กำไรหลายเด้ง ต้องเป็นคนที่ซื้อหุ้นในราคาที่ต่ำมาก ก่อนที่หุ้นจะเป็นข่าว หรือเป็นที่กล่าวขวัญถึง และนี่คือ “เซียน” ตัวจริง

ผมคงจะจบบทความไม่ได้ถ้าไม่ได้พูดว่า เราไม่ควรคิดลงทุนเฉพาะหุ้นที่อาจจะกลายเป็นหุ้นหลายเด้ง เพราะการทำแบบนั้น เป็นเรื่องอันตราย เพราะจะทำให้พอร์ตมีความเสี่ยงสูงเกินไป อย่าไปคิดว่า จะคาดการณ์ได้ถูกต้อง ที่จริงเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ หรือหาหุ้นหลายๆ เด้งได้ถูกต้อง บ่อยครั้งเราเห็นหุ้นที่กลายเป็นหุ้นหลายเด้งแล้ว จึงมาสรุปถึงเหตุผล แล้วก็คิดว่ารู้ตั้งแต่วันแรก ประสบการณ์ของผม คือ หุ้นหลายเด้งส่วนใหญ่ที่ผมได้ ในวันที่ผมซื้อ ผมไม่รู้และไม่ได้คิดว่า ได้กำไรถึงขนาดนั้น ผมซื้อเพราะกิจการดี และมีราคาที่เหมาะสม น่าจะทำให้ผมกำไรซักปีละ 10-15% ในอีก 5 ปีข้างหน้า แต่บังเอิญมา “เด้ง” ทีหลัง ผมอยากเรียกว่า เป็นโชคดีที่เกิดจากการทำสิ่งที่ดีมากกว่า

โดย: ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
credit: http://bit.ly/ppl4cv

~ by entaneer on September 1, 2011.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: