กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และ ค่าเสื่อมราคา (EBITDA)ู

หาก ท่านนักลงทุนได้เคยอ่านบทวิเคราะห์หุ้นรายตัวที่จัดทำขึ้นโดยบริษัทหลัก ทรัพย์ต่างๆ ท่านคงจะคุ้นหูคุ้นตากับคำว่า “กำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA)” เนื่องด้วยทุกวันนี้ EBITDA ได้ถูกนำมาใช้ในการวิเคราะห์กันมากขึ้นเรื่อยๆ Fun Fund สัปดาห์นี้ จึงขอเสนอเรื่องของ EBITDA โดยจะเน้นในส่วนของความหมายของคำๆนี้ รวมไปถึงประโยชน์ และประเด็นที่ว่า EBITDA อาจถูกนำไปใช้ผิดๆได้อย่างไร

EBITDA คำนวณได้ด้วยการบวกค่าเสื่อมราคากลับเข้าไปในกำไรจากการดำเนินงานหรือกำไร ก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ EBITDA จะเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรที่มาจากการดำเนินงานของบริษัท โดยที่ยังมิได้หักค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้เกิดจากการดำเนินงาน (เช่น ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่าย “อื่นๆ”) และค่าใช้จ่ายที่ไม่ใช่เงินสด (ค่าเสื่อมราคา)

เรา สามารถนำ EBITDA ไปใช้ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบความสามารถในการทำกำไรระหว่างบริษัทแต่ละ บริษัท หรือกลุ่มอุตสาหกรรมแต่ละกลุ่ม ด้วยเหตุผลที่ว่าผลกระทบจากนโยบายการจัดหาเงินและการบัญชีนั้น จะถูกตัดออกไปจาก EBITDA ดังนั้น การเปรียบเทียบโดยใช้ EBITDA จึงเป็นการเปรียบเทียบความสามารถในการทำกำไรของแต่ละบริษัทบนพื้นฐานที่ค่อน ข้างทัดเทียมกัน (apples-to-apples comparison) ยกตัวอย่างเช่น EBITDA ที่คิดเป็นอัตราร้อยละของยอดขาย (EBITDA Margin) ซึ่งยิ่งมีค่าสูง ยิ่งบ่งบอกถึงความสามารถในการทำกำไรของบริษัท) สามารถใช้ในการเฟ้นหาบริษัทที่มีประสิทธิภาพในการดำเนินงานสูงที่สุดในแต่ละ กลุ่มอุตสาหกรรมได้ นอกจากนี้ EBITDA Margin ยังสามารถใช้ในการวิเคราะห์เปรียบเทียบแนวโน้มของกลุ่มอุตสาหกรรมแต่ละกลุ่ม ได้อีกด้วย โดยที่เราอาจจะทำการเปรียบเทียบแนวโน้มความสามารถในการทำกำไรของกลุ่ม อุตสาหกรรมที่มีความแตกต่างกัน เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมหนัก กับ กลุ่มอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูง ทั้งนี้ เหตุผลในการที่สามารถทำเช่นนี้ได้ เป็นเหตุผลเดียวกันกับที่ได้กล่าวไปข้างต้น ซึ่งก็คือผลกระทบจากนโยบายการจัดหาเงินและค่าเสื่อมราคานั้น ได้ถูกดึงออกไปจาก EBITDA แล้ว

ถึง แม้ว่า EBITDA จะเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการทำกำไรที่ดี แต่ EBITDA มิใช่กระแสเงินสด (cash flow) ที่เข้าสู่บริษัท อย่างไรก็ตาม EBITDA มักจะถูกใช้แทนกระแสเงินสด ซึ่งเป็นการกระทำที่ค่อนข้างจะอันตราย เพราะจริงๆแล้ว EBITDA กับกระแสเงินสดนั้น มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งโดยหลักๆแล้ว คือในส่วนของการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงาน ดังนั้น กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน (operating cash flow) จึงเป็นตัวชี้วัดความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดของบริษัทที่ดีกว่า EBITDA

สรุป ได้ว่า EBITDA เป็นตัวชี้วัดที่มีประโยชน์มากในการวิเคราะห์ความสามารถในการทำกำไรของ บริษัท รวมไปถึงการเปรียบเทียบความสามารถในการทำกำไรระหว่างบริษัทแต่ละบริษัท หรือระหว่างกลุ่มอุตสาหกรรมแต่ละกลุ่ม แต่ โปรดอย่าลืมว่า EBITDA ไม่ควรจะถูกนำไปใช้แทนที่กระแสเงินสด ซึ่งได้รวมส่วนของการเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์และหนี้สินดำเนินงานเข้าไว้แล้ว ขอให้พึงระลึกไว้เสมอว่า “เงินสดคือพระราชา” เพราะว่ามันเป็นตัวที่แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรที่แท้จริง รวมไปถึงความสามารถในการที่บริษัทจะดำเนินงานต่อไปได้อีกด้วย

credit: http://www.one-asset.com/amclub/FunFundDetail_t.asp?id=40

~ by entaneer on January 3, 2011.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: