อาจารย์ของผม : ชาร์ลี มังเจอร์ (จบ) โดย วิบูลย์ พึงประเสริฐ

ถึงแม้ว่า ชาร์ลี จะมีวินัยสูงกับตัวเองมาก แต่เขาก็เอื้อเฟื้อกับผู้อื่นและปฏิบัติกับคนอื่นด้วยความรักอย่างดี

เขา ไม่ใช่คนขี้เหนียวในเรื่องเงินและยังหวังอยู่เสมอว่าคนอื่นจะได้ประโยชน์ มากกว่าตนเอง ในการเดินทางส่วนตัวไม่ว่าจะในเรื่องงานหรือส่วนตัว เขาจะบินชั้นประหยัดเสมอ แต่สำหรับภรรยาและครอบครัว เขาจะให้ใช้เครื่องบินส่วนตัว ซึ่งเขาอธิบายว่า ภรรยาเขาเลี้ยงดูลูกหลายคนตลอดชั่วชีวิตของเธอและให้หลายๆ สิ่งกับเขา ขณะนี้สุขภาพเธอก็ไม่ดีเหมือนก่อน เขาจึงต้องดูแลเธออย่างดี

ชาร์ลีใช้เวลาตลอดชั่วชีวิตของเขาในการศึกษาสาเหตุของความล้มเหลวของคน ซึ่งทำให้เขามีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความอ่อนแอในธรรมชาติของมนุษย์ เขาเชื่อว่าคนเราต้องมีวินัยกับตัวเองอย่างสูง และปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อเอาชนะความอ่อนแอที่ติดตัวมาตั้งแต่กำเนิด นี่คือสิ่งที่จำเป็นอย่างสูง นี่คือสิ่งจำเป็นในแง่ศีลธรรมในการดำรงชีวิต สำหรับคนอื่นชาร์ลีอาจดูเหมือนพระภิกษุ แต่สำหรับชาร์ลีแล้วขั้นตอนเหล่านี้มีเหตุผลและความสุขในตัว มันทำให้คนเราประสบความสำเร็จและมีความสุข

ชาร์ลี เป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คุณลองคิดดูสิว่าถ้าชาร์ลี มังเจอร์ และ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นนี้ เขาจะสร้างผลงานให้แก่เบริคไชน์ (Berkshire) ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา โดยที่ไม่มีใครสามารถทำได้ในประวัติศาสตร์การลงทุนได้อย่างไร ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผม (ลีลู) รู้จักกับชาร์ลี ผมมักลืมไปเลยว่าเขาเป็นชาวอเมริกัน เขาออกจะคล้ายๆ กับ จอหงวน (Literati) สมัยจักรพรรดิจีนที่ผมรู้จัก

หลังจากที่ระบบการสอบเข้าของบัณฑิต (จอหงวน) หมดไป หลายร้อยปีที่ผ่านมาจิตวิญญาณของระบบจอหงวนได้หายไป โดยเฉพาะในสังคมการค้าในปัจจุบัน นักวิชาการจีนที่ยึดหลักของบัณฑิตจีน ยังคงสับสนกับคำว่าคุณค่าและอุดมคติของเขา ในสังคมการค้าที่วัฒนธรรมเก่าแก่ได้สูญหายไป แต่หลักคิดของบัณฑิตยังคงใช้ได้ และมีอยู่ในสมัยราชวงศ์หมิงตอนปลาย ระบบทุนนิยมเริ่มแพร่กระจายในประเทศจีน พ่อค้าในสมัยนั้นได้นำความคิดในอุดมคติที่ว่า “นักธุรกิจกับหลักคิดแบบบัณฑิต” สมัยนี้แรงขับของตลาดการค้าได้มีอิทธิพลสูง แต่ผมคิดว่ายังมีความเป็นไปได้อยู่ที่ระบบในอุดมคติจะเป็นจริง

ชาร์ลีเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดของ “นักธุรกิจที่มีหลักคิดแบบบัณฑิต” อย่างแรกชาร์ลีประสบความสำเร็จอย่างสูงในธุรกิจ อย่างไรก็ตาม จากการที่ได้ทำความรู้จักกับชาร์ลีผมพบว่า ชาร์ลีคือบัณฑิตที่มีศีลธรรมและปัญญา เขาอ่านได้ทุกเรื่อง มุ่งมั่นในการปลูกฝังศีลธรรม และคำนึงถึงสังคม คุณค่าของชาร์ลีออกจากภายในสู่ภายนอก ปลูกฝังและพัฒนาตนเองจนสามารถเป็น “นักบุญ” ที่ช่วยเหลือผู้อื่นได้

ภายหลังจากที่ประสบความสำเร็จและมั่งคั่ง ชาร์ลียังคงอุทิศให้แก่การกุศลและช่วยเหลือผู้อื่นในโลก และไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือบุคคลต้นแบบ เขาใช้ความรู้อย่างเต็มที่และประสบความสำเร็จในธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สูง สุด ในปัจจุบัน เศรษฐกิจการค้าของชาวจีนที่เต็มไปด้วยจิตวิญญาณของความเอาชนะ นักวิชาการจีนจะสามารถเติมเต็มความคิดแบบบัณฑิตและพัฒนาตัวเองไปสู่การเรียน รู้และปลูกฝังด้วยตัวเองจนประสบความสำเร็จได้หรือไม่ ?

ชาร์ลี ชื่นชม ขงจื๊อ เป็นอย่างมาก ผมยังคิดว่าถ้าขงจื๊อกลับชาติมาเกิดในสังคมอเมริกา ก็คงเป็นชาร์ลีนั่นเอง ถ้าขงจื๊อกลับมาเกิดในอีก 2,000 ปีต่อมาในสังคมการค้าของจีน คำสอนก็คงประมาณว่า “จงใส่ใจในสิ่งที่ถูก ปลูกฝังศีลธรรมอันดี ปกป้องครอบครัว สะสมความมั่งคั่ง และช่วยเหลือโลก” ซึ่งเป็นสิ่งที่ชาร์ลีพร่ำสอนและปฏิบัติมาตลอดชั่วชีวิตของเขา

credit: http://www.bangkokbiznews.com

~ by entaneer on September 10, 2010.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: