กูรูหุ้นพันล้าน : ตอนที่ 21 ตลาดแบบไหน “เล่นแล้วได้ตังค์”

การอ่านอารมณ์ตลาด ถ้า “รายย่อย” สงบเสงี่ยมเจียมตัว “ฝรั่ง” ไม่เข้า บอกได้เลยว่า เล่นหุ้นไม่ได้ตังค์ ถ้าจะเล่นหุ้นให้ได้กำไร รายย่อยต้องมีจุดมั่นใจ นักเก็งกำไรแห่กันเข้ามาเล่นตามน้ำ ตลาดแบบนี้ “ได้ตังค์”

ตลาดหุ้นแบบไหนที่เล่นหุ้นแล้วไม่ค่อยได้ตังค์…? (น่าเบื่อ)

“เสี่ยยักษ์” วิชัย วชิรพงศ์ บอกว่ากรณีที่ “รายย่อย” สงบเสงี่ยมเจียมตัว และ “ฝรั่ง” ไม่เข้า ตลาดหุ้นช่วงนั้นจะเงียบเหงา (ไม่น่าเล่น) บอกได้เลยเล่นหุ้นไปก็ไม่ได้เงิน อยู่นิ่งๆ ดีที่สุด ถ้าคิดให้เป็นหลักวิทยาศาสตร์อธิบายได้ว่า เพราะเงินไม่มีมาหมุน “ทำกำไรยาก”

“ถ้าจะเล่นหุ้นแล้วได้เงิน “รายย่อย” ต้องมีจุดมั่นใจ นักเก็งกำไรต้องตาม (น้ำ) กันแหลก! หุ้นมันจะวิ่งจู๊ด หรือ ขึ้นไปทำนิวไฮ (จุดสูงสุดใหม่) ได้”

เสี่ยยักษ์ อธิบายว่า ช่วงที่หุ้นขาขึ้นมันจะมีจังหวะ “พักตัว” จากนั้นให้สังเกตว่า มักจะมีข่าวดีมา “หนุน” จังหวะสองที่ทุกคนมองว่า ราคามันวิ่งขึ้นไปทำ “นิวไฮ” ช่วงนี้แหละ นักเก็งกำไรจะแห่ตามกันแหลก!!

ทั้งนี้สำหรับช่วง “พักตัว” ในหุ้นพื้นฐานดีๆ จะใช้เวลาค่อนข้างนาน ไม่ค่อยรีบร้อนขึ้น (จะตรงกันข้ามกับหุ้นปั่น ที่รีบร้อนขึ้น) ยกตัวอย่าง หุ้น ปตท. เวลาเขาจะทำหุ้นตัวนี้ เขาจะต้องค่อยๆ เก็บ บีบให้เหลือแต่คนที่ “ใจถึง” จริงๆ พอทุกคนหมดแรง มันก็จะ “วิ่ง”

“ยิ่งหุ้นตัวใหญ่ ถ้าเขารู้ว่าตอนไอพีโอมีคนไปแย่งกันจอง (หุ้นไม่พอขาย) พอเข้าตลาดมาปั๊บ! เขาจะพยายามกดราคา เพื่อกดลงมารับต่ำๆ ถ้าวันแรกเปิดมาสูง เขาก็จะเทรดให้หุ้นต่ำลงมาก่อน

…แต่คุณดู พอมันเก็บของ (สะสมหุ้น) ได้พอแล้ว สังเกตว่า “วอลุ่มพีค” (เก็บของได้แล้ว) ราคาปรับตัวลงมาเสร็จ คราวนี้ปริมาณซื้อขายจะไม่ได้เยอะ สภาพคล่องจะเริ่มตึงขึ้น ราคาจะค่อยๆ ขยับขึ้นช้าๆ บางทีก็เล่นไซด์เวย์อยู่นาน จนคนซื้ออึดอัด ใครทนไม่ไหวก็ “คืนของ” ให้เขา แต่พอเขารวบรวมหุ้นได้เต็มที่แล้ว พอ MACD (ระยะเดือน) ตัดขึ้น ทีนี้มันวิ่งขึ้นเร็วมาก”

เสี่ยยักษ์ อธิบายว่า ส่วนตัวชอบใช้กราฟ MACD ระยะเดือน (Month) เป็นดัชนีชี้นำหลัก สำหรับการลงทุน “รอบใหญ่ๆ” ที่ผ่านมาก็ใช้ได้ผลดีมาตลอด แต่ถ้ามาถามรายละเอียดเกี่ยวกับทฤษฎี “ผมไม่รู้”

แต่รู้ว่า ถ้า MACD ทะลุ “ศูนย์” ลงไปเลย “ไม่ดี” แต่ถ้า MACD อยู่ต่ำกว่าศูนย์ มันจะขึ้นมาที่ศูนย์ก่อน จากนั้นหุ้นจะปรับตัวลงอีกรอบ คือ มีการพักตัวรอบใหญ่ แล้วถ้ามันกลับมาที่ “ศูนย์” อีกที บีบตัวแล้ว “ตัดขึ้น” คราวนี้หุ้นจะเป็นขาขึ้น “รอบใหญ่”

เสี่ยยักษ์ บอกว่า ระหว่างการ “ก่อตัว” ของหุ้น จากประสบการณ์ ดูกราฟราคาเราจะรู้เลยว่าถ้าใครดูเป็น (รู้จริง) กราฟไม่มีหลอก อย่างเช่น หุ้น ATC ถ้าจับจุดถูก MACD ระยะเดือน ตัดขึ้นชัดเจนช่วงปลายปี 2545 สัญญาณดีมาก แต่ก็ต้องทำการบ้านด้านปัจจัยพื้นฐานประกอบด้วย ไม่ใช่สุ่มสี่สุ่มห้ารีบเข้าไปซื้อ

“ตอนนั้นทั้งกราฟและข้อมูลพื้นฐานยืนยันในทิศทางเดียวกัน เรารู้เลยว่าหุ้นตัวนี้มันจะ “เทิร์นอะราวด์” พอวงจรปิโตรเคมีมันมา (ปี 2546) หุ้นขึ้นมหาศาลเลย”

หรืออย่างหุ้น ปตท. ตัว MACD ระยะเดือน มันตัดลงมาตั้งแต่ต้นปี 2549 แล้ว หุ้น ปตท.ค่อยๆ ลงมาจาก 270 บาท ลงมา 200 บาท ช่วงนี้รู้เลยว่ามันกำลังพักตัว (หลังจากขึ้นมาต่อเนื่องยาวนาน 3 ปี ช่วงปี 2546-2548)

“ช่วงที่ MACD ของหุ้น ปตท. ตัดลงมา ทั้งสองเส้นมันยัง “ถ่าง” กันอยู่เยอะ ผมก็รอให้ MACD มันบีบ พร้อมที่จะตัดขึ้นก่อน เราถึงจะมีจุดมั่นใจเข้าซื้อ (เพื่อเล่นรอบใหม่) เรารู้ว่าพื้นฐานของหุ้นดีมากอยู่แล้ว แต่หุ้นทุกตัวจะต้องมีระยะพักตัว บางครั้งอาจจะกินระยะเวลานานหลายเดือน บางครั้งครึ่งปี บางตัวนาน 2-3 ปี”

เสี่ยยักษ์ อธิบายถึงระยะพักตัวของหุ้นเพิ่มเติมว่า สาเหตุที่หุ้นบางตัว “พักตัวนาน” แสดงว่า มี “คนเจ็บ” กับหุ้นตัวนั้นเยอะ มันต้องใช้เวลา “รอ” ผลการดำเนินงาน หรือ ข่าวดี หุ้นถึงจะมีแรงกลับมาสู้ใหม่ แต่ถ้าเป็นหุ้นที่ “กำไรดี” อยู่แล้ว ระยะพักตัวก็อาจจะไม่นานมาก

วิธีการในการวิเคราะห์หุ้นระดับ “ลึก” ของเซียนหุ้นรายนี้ มีขั้นตอนอย่างไร

“สมมติผมจะวิเคราะห์หุ้น ปตท. เรารู้ว่ากำไรสุทธิปีนี้ ไม่น่าจะหนีหุ้นละ 30-35 บาท เทรดกันที่ค่า พี/อี ต่ำแค่ 6-7 เท่า เราก็ประเมินว่า ถ้าราคาน้ำมันในตลาดโลกยังอยู่สูงอย่างนี้ไปอีกหลายปี หุ้นปตท. ยังไงก็ต้องดี แต่หุ้นลงมาเหลือ 210-220 บาท คราวนี้เราก็รอเวลาให้กราฟ MACD ยืนยันการ “ตัดขึ้น” ก่อน เราค่อยเข้าไปซื้อ เปอร์เซ็นต์ความเสี่ยงก็จะไม่สูง ระยะเวลา “รอ” ราคาวิ่งขึ้นก็ไม่นานด้วย”

มันเป็นสูตรวิธีคิดว่า การที่ MACD มันบีบ แล้ว “รอ” ตัดขึ้นเหนือ “ศูนย์” ราคาหุ้นอยู่ในเขต “Oversold” คือ อยู่ในเขตขายมากเกินไป จนข่าวร้ายไม่มีผลต่อราคา ไม่มีทางร้ายไปกว่านี้แล้ว คนที่ติดหุ้นอยู่จะให้ขายก็ไม่อยากขายขาดทุนมาก จะให้บุ่มบ่ามรีบซื้อ ก็ยังไม่กล้าซื้อ นิ่งๆ เฉื่อยๆ ชาๆ

“จุดนั้นคือ จุดที่อันตรายที่สุด แต่เป็น…จุดที่ปลอดภัยที่สุด คือประมาณ ตี 5 ถึง ตี 5 ครึ่ง จ่ายกับข้าวสบายๆ ไม่ต้องแย่งกับใคร ถ้าอยากจะรวย คุณต้องรอจังหวะนี้ให้ได้”

ที่มา : Bangkok Biz Week

~ by entaneer on June 6, 2010.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: