กรองหุ้น สไตล์ doodeemak

การกรองหุ้น ก็คือขั้นตอนขั้นตอนหนึ่งในการเริ่มต้นของการลงทุนนะครับ

แน่ นอนครับว่าการเริ่มต้นที่ดีนั้นย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง หากเปรียบกับการหาเนื้อคู่ ก็คงจะเปรียบได้กับการกรองบุคลิก ลักษณะของเนื้อคู่ที่เราต้องการจะพบ
บางท่าน อาจจะมีประสบการณ์ได้เนื้อคู่จากการดูเว็บบอร์ด (ซึ่งบางครั้งอาจจะคิดไปเองว่าเป็นรักแรกพบ… ดูเว็บปุ๊บก็สามารถแต่งกับหุ้นตัวนั้นได้ปั๊บ)
ขณะที่บางท่านกว่าจะได้ เนื้อคู่มา ก็ต้องผ่านการกรองแล้วกรองอีก… กรองแล้วกรองอีก (จนบางครั้งกรองนานจนหาไม่ได้ก็มี…)
แต่เทคนิคในการกรองหุ้นนั้น ผมเชื่อว่านักลงทุนแต่ละท่านก็คงมีวิธีคิดที่แตกต่างกันไปโดยขึ้นอยู่กับ พื้นฐานทางความคิด, ประสบการณ์, บุคลิกภาพส่วนตัว ซึ่งมีผลต่อระดับความเสี่ยงที่ตัวเองยอมรับได้รวมไปถึงมุมมองในการกรองหุ้น แบบต่างๆ (เริ่มมีสาระบ้างละ)

ต่อไปนี้คือแนวความคิดของผมกับการกรอง หุ้น ณ ประสบการณ์ลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ 3 ปีครึ่งครับ

กรอง หุ้นสไตล์ doodeemak

กฎข้อที่ 1: ลงทุนในธุรกิจที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินเป็นบวกสม่ำเสมอ (ดูนางให้ดูเงินสด ไม่ใช่บัตรเครดิต)
ข้อนี้แทบจะเป็นกฎเหล็กของผมเลยก็ ว่าได้ครับ การกรองคู่แท้นั้นต้องเริ่มที่สถานะทางการเงินครับ โดยเน้นว่าเป็นเงินสดๆครับ ไม่ใช่เงินเชื่อ (เพื่อให้เราเกาะได้อย่างสบายใจ..อิอิ) ในแง่การลงทุนนั้น ป็น common sense สุดๆเลยครับ ในกรณีที่เราจะหาหุ้นส่วนธุรกิจ เราย่อมต้องการที่จะเป็นหุ้นส่วนกับธุรกิจที่มีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน เป็นบวกสม่ำเสมอ

อ้างอิงจากวิชาการประเมินมูลค่าโครงการ การหา NPV หรือ IRR ล้วนแล้วแต่ประเมินจากกระแสเงินสดด้วยกันทั้งสิ้น ดังนั้นกฎข้อนี้เป็นกฎที่ห้ามฝ่าฝืนสำหรับผมครับ

กฎ ข้อที่ 2: ไม่ลงทุนในหุ้นที่มีคนติดตามมาก (จีบนางให้ดูคู่แข่ง)
ละคร เกาหลีได้นำเสนอความหวังของปุถุชนชาวไทยว่าพระเอกหรือนางเอกถึงแม้จะมีฐานะ มีความแตกต่างจากเขาหรือเธอที่หมายปองเพียงใด ก็ยังมีความหวังที่จะสามารถเด็ดดอกฟ้ามาเชยชม จริงอยู่ที่ว่าหุ้นที่คนตามมากนั้น ส่วนใหญ่หลายต่อหลายธุรกิจเป็นกิจการที่น่าสนใจ และมีแนวโน้มของการเติบโตและการทำกำไรที่ดี แต่ผมมีความเชื่อส่วนตัวว่าคนส่วนใหญ่มักจะ “เชื่อ” กันจนเกินสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นจริงเสมอ ดังนั้นโอกาสที่หุ้นที่คนตามมากนั้นจะ undervalue คงมีน้อย (หรือนัยหนึ่งก็คือ โอกาสจะจีบติดนั้น..ยากครับ)

กฎข้อที่ 3: ถ้าไม่เชื่อกฎข้อแรก ให้ศึกษาไว้ก่อนแล้วรอหาจังหวะที่เหมาะสม (รอเธออกหักแล้วหาจังหวะดามใจ)
หากเรายังไม่หมดหวังกับการเด็ด ดอกฟ้า ตามคัมภีร์เกาหลีวิทยา เราจะต้องรอครับ รอจนเขาหรือเธอนั้นอกหักหรือผิดหวัง แล้วอาศัยจังหวะที่ฝนตก หาร่มไปกางให้เธอ (ถ้าเธอพกร่มมาให้รอจังหวะน้ำกระเด็นใส่แล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าแทน) ในมุมมองของหุ้นนั้น กรณีที่เราสนใจกิจการนั้นมากและมองว่าเป็นกิจการที่น่าสนใจ โอกาสอาจจะมาถึง หากมีเหตุการณ์พิเศษ ที่ทำให้หุ้นตัวนั้นๆถูกประเมินราคาตกลงไปมาก ซึ่งจะเป็นโอกาสของเราที่จะได้ศึกษาผลกระทบและอาจเป็นโอกาสในการลงทุนของเรา อีกครั้งหนึ่ง

กฎข้อที่ 4: หาหุ้นที่มีกระแสเงินสดอิสระในสัดส่วนที่มากเมื่อเทียบกับราคาตลาด (หากมีนางให้เลือกมากมาย…ให้เลือกนางที่คุ้มกับความพยายามที่สุด)
บาง ท่านอาจจะมีทางเลือกมาก มีหนุ่มๆหรือสาวๆที่กรองมาแล้วให้เลือกมากมาย ในกรณีนี้ เป็นสิทธิของท่านแล้วล่ะครับ ที่จะมีสิทธิเลือกว่าที่คู่ชีวิตที่ท่านคิดว่าเหมาะสมกับความพยายามมากที่ สุด ตัวอย่างเช่น หลังจากกรองแล้วเจอ อั้ม พัชราภา, แอฟ ทักษอร และน้องมีนนางเอกปลาบู่ทอง ถึงแม้ทั้งสามคนนี้ เราจะมีโอกาสจีบติด แต่ความพยายามนั้นจะเห็นได้ว่าสองคนแรกนั้น ต้องใช้ความพยายามมากเหลือเกิน (เพราะแฟนปัจจุบันของเค้าแต่ละคนก็คือถังเงินถังทองเคลื่อนที่ดีๆนี่เอง) แต่กับน้องมีนปลาบู่ จะเห็นได้ว่าถึงแม้จะมีข่าวกับดาราหนุ่มบางคน แต่ก็ยังไม่ถึงกับเป็นตัวเป็นตน อีกทั้งต้นทุนการเทคแคร์ ก็ไม่น่าจะสูงเท่ากับสองคนแรก ดังนั้น เมื่อประเมิน value/cost แล้วพบว่ามีค่าสูงที่สุด… ฟันธง!
กลับมาที่เรื่องหุ้นกันบ้าง (หลังจากนอกเรื่องมานาน…) การกรองหุ้นลักษณะนี้มักจะทำให้เราได้หุ้นที่ปลอดภัยและราคาไม่แพง เหมาะกับคนที่ไม่อยากเสี่ยง แต่การประมาณการกระแสเงินสดอิสระนั้น เราอาจจะต้องพิจารณาย้อนหลังหลายๆปี เพื่อดูแนวโน้มและความสม่ำเสมอ (ดูว่าคุณภาพนั้น ของแท้หรือเทียม หากเทียบกับการเลือกคู่ บางทีเราอาจจะเจอ”ตอ”ก็เป็นได้) ดังนั้นเราอาจจะต้องมีการปรับกระเงินสดดำเนินงานและกระแสเงินสดจากการลงทุน ให้เหมาะสมโดยตัดเอาเงินลงทุน ที่ใช้ในการขยายกิจการ หรือเงินได้หรือจ่ายพิเศษๆออกไป อย่างไรก็ตาม กฎข้อนี้ไม่ควรกรองแบบเข้มข้นมากจนเกินไป จนทำให้เราละเลยหุ้นที่อาจจะแพงกว่าหน่อย แต่มีศักยภาพสูงกว่ามาก

กฎ ข้อที่ 5: เลือกหุ้นที่มีหนี้สินต่ำ (เลือกนางที่มีภาระน้อยที่สุด)
หากท่านจะหาคู่ แน่นอนว่าสิ่งหนึ่งที่ท่านจะได้เป็น pakage ซื้อ 1 แถม 3 ก็คือพ่อตาแม่ยายและลูกติด (ในบางกรณี) หากเป็นไปได้ เพื่อความราบรื่นในชีวิต การเลือกคู่ที่ภาระน้อยย่อมได้เปรียบ ในมุมมองของหุ้น ด้วยความที่เป็นคนที่มีพื้นฐานไม่ชอบเสี่ยง หุ้นที่เหมาะกับกระผมจึงเป็นหุ้นที่ไม่ควรมีหนี้สินมากๆ โดยอาจจะวัดได้จากการเอาหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยหารด้วยกระแสเงินสดอิสระ ไม่ควรมากกว่า 3 ซึ่งหมายความว่า เราสามารถนำเงินสดไปชำระหนี้หมดได้ในเวลาไม่เกิน 3 ปี

กฎข้อ ที่ 6: เลือกหุ้นที่คุณเข้าใจ และสามารถติดตามได้ (เลือกคนที่เราเข้าใจเค้าและเค้าก็เข้าใจเรา)
ทุกข้อที่กล่าวมา หากข้อนี้ไม่ผ่าน สุดท้ายคู่ต่างๆก็มักลงเอยด้วยประโยคที่ว่า “เราเข้ากันไม่ได้” หรือ “เรามีทัศนคติแตกต่างกันเกินไป” กฎข้อนี้เป็นกฎเหล็กอีกข้อหนึ่งซึ่งผมวางไว้ข้อสุดท้ายเพื่อเตือนใจเอาไว้ ว่า “อย่าลงทุนในธุรกิจที่เราไม่เข้าใจและไม่สามารถประมาณการอนาคตได้เป็นอัน ขาด”

ผมเห็นว่าเป็นบทความที่น่าอ่านที่ post ใน thaivi ครับ จึงขอนำมาแพร่เผยต่อ เพื่อเป็นประโยชน์แ่ก่นักลงทุนสไตล์ VI ทุกคน

เวปต้นฉบับ

http://doodeemak.blogspot.com/2010/05/doodeemak.html

~ by entaneer on May 24, 2010.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: